หน้าแรก สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
» » จับเสี่ยบิ๊ก ปธ.บอลเพื่อนตร. ฐานทุจริตร่วมกันปลอม-ใช้ตั๋วเงิน

จับเสี่ยบิ๊ก ปธ.บอลเพื่อนตร. ฐานทุจริตร่วมกันปลอม-ใช้ตั๋วเงิน






 

 

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดุสิต ควบคุมตัวนายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือเสี่ยบิ๊ก อายุ 40 ปี นักธุรกิจระดับพันล้าน ประธานสโมสรฟุตบอลทีมเพื่อนตำรวจ แชมป์ฟุตบอลยามาฮ่า ลีกวัน ที่ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเตะฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลหน้า มาสอบสวนขยายผลคดีฉ้อโกง ภายหลังที่เมื่อวันที่ 17 ม.ค. เวลา 16.30 น. ตำรวจกก.สส.น.1 นำโดย พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สส.น.1 พ.ต.ท.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผกก.สส.น.1 พ.ต.ท.อุตร์ นิรงค์บุคร พ.ต.ท.ศาตรา สุขานุศาสตร์ พ.ต.ท.อิทธิพล สังข์ประไพ สว.กก.สส.น. 1 ร่วมกันจับกุมได้ที่วัดสะแก ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายสัมฤทธิ์เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 15 ม.ค.2559 ข้อหาร่วมกันปลอมตั๋วเงิน และใช้ตั๋วเงินปลอม, ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คฯ


จากการสอบสวน เบื้องต้นทราบว่า นายสัมฤทธิ์ทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงินผ่านบริษัท บิลเลี่ยนอินโนเวเท็ค กรุ๊ป จำกัด และต้องสงสัยอาจจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงิน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครู และบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จำนวน 2,500 ล้านบาท


พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้น นายสัมฤทธิ์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าว และให้การยืนยันว่าได้ทำธุรกรรมทางการเงินกับ สคสก. จริง จำนวน 2,100 ล้านบาท จากการตรวจสอบมีรายละเอียดการทำธุรกรรมบางส่วนที่อาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงทำให้เกิดความเสียหายต่อ สกสค. ทาง สกสค.จึงเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน จึงมอบหมายให้ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าทีมสอบสวน ระดมพนักงานสอบสวน บช.น. เพื่อจะรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดโดยเร็ว


รรท.ผบช.น. กล่าวต่อว่าส่วนการคัดค้านการประกันตัวนั้น เจ้าหน้าที่จะต้องคัดค้านอยู่แล้ว เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2556-57 แล้ว จึงต้องรอเวลาสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด เมื่อผล ออกมาก็จะมารายงานให้ทราบเป็นระยะ ทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำอย่างละเอียด โดยจะนำตัวนายสัมฤทธิ์ไปฝากขังที่ศาลอาญา ในเวลาก่อนเที่ยงวันที่ 19 ม.ค.


ด้าน นายสอาละ กูมุดา ทนายความของนายสัมฤทธิ์ กล่าวว่าก่อนถูกจับ นายสัมฤทธิ์ ลูกความไม่รู้มาก่อนว่าถูกพนักงานสอบสวนออกหมายจับ เพราะไม่เคยได้รับหมายเรียกจากตำรวจ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมขณะกำลังไปไหว้พระทำบุญที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายสัมฤทธิ์ให้การปฏิเสธ ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ต้องรอการสอบสวนของพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้น นายสัมฤทธิ์ต้องให้ข้อเท็จจริงในรายละเอียด เพื่อยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิด และคดีนี้ไม่ทราบว่ามีการแจ้งความไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทราบแต่เพียงว่ามีการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องไปหลายปากแล้ว


รายงาน ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ช่วงเดือนมิ.ย.2558 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานกรรมการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบ สกสค. กรณีการทำธุรกรรมทางการเงิน ระหว่างกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการ เงินกู้ กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) กับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด ที่อาจมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ กระทำความผิดทุจริตหรือไม่


ต่อ มาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอตรวจสอบแล้วพบว่า เมื่อเดือนเม.ย.2556 บริษัทบิลเลี่ยนฯ เสนอโครงการร่วมกับโครงการหนึ่ง โดยประสงค์ให้กองทุน ช.พ.ค. ซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินจากบริษัทบิลเลี่ยนฯ จะได้รับผลประโยชน์ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 7 ต่อปี ระยะเวลา 1 ปี 1 วันต่อมา ช.พ.ค. ได้ซื้อตั๋วสัญญาจากบริษัท ดังกล่าว 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2556 จำนวน 500 ล้านบาท ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2556 จำนวน 2,100 ล้านบาท และครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2557 จำนวน 400 ล้านบาท แต่ธุรกรรม 2 ครั้งหลัง ไม่มีการรับประกันตั๋วสัญญาใช้เงินจากธนาคาร


ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2558 นายสัมฤทธิ์ แจ้งความตำรวจกองปราบปราม ว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 9 คน กักขังหน่วงเหนี่ยวและกรรโชกทรัพย์ โดยอุ้มไปที่บริเวณค่ายลูกเสือแห่งหนึ่ง ใน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี มีอดีตบอร์ด สกสค. เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งระบุว่าสาเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตอนกลางปี 2556 บริษัทบิลเลี่ยนฯ จัดทำโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี เนื้อที่ 1,104 ไร่ งบประมาณ 6,400 ล้านบาท หลังโครงการดังกล่าวจัดทำขึ้น สกสค.ได้นำเงิน 2,100 ล้านบาท มาร่วมลงทุนด้วย มีการทำสัญญากันอย่างถูกต้อง โดยบริษัทจะจ่ายเงินผลประโยชน์ให้กับหน่วยงาน สกสค. โดยตรงร้อยละ 7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากกรณีที่นายสัมฤทธิ์ หรือเสี่ยบิ๊กถูกจับกุมในครั้งนี้ อาจส่งผลต่อสถานะของทีมเพื่อนตำรวจ เนื่องจากสโมสรมีนายสัมฤทธิ์ เป็นประธานบริหาร และค้างจ่ายเงินเดือนนักเตะ และสต๊าฟโค้ช รวม 19 คน มาเป็นเวลา 5 เดือน จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้


นายองอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ ลีก จำกัด กล่าวว่านัดนักเตะและ ผู้บริหารทีมเพื่อนตำรวจมาประชุมวันที่ 19 ม.ค. เวลา 13.00 น. แต่ไม่สามารถติดต่อ ผู้บริหารทีม ทั้งนายสัมฤทธิ์ และนายสิทธินันท์ หลอมทอง ได้ จึงเลื่อนวันนัดออกไปก่อน หากยังติดต่อไม่ได้ คงเรียกผู้ถือหุ้นและกรรมการที่เหลือของสโมสรมาประชุมหารือ เพราะเรื่องนี้จะมีผลต่อการแข่งขันฟุตบอลฤดูกาลหน้าด้วย


ต่อ มาในช่วงค่ำ การสอบสวนนายสัมฤทธิ์ หรือเสี่ยบิ๊ก ยังไม่เสร็จสิ้น ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มาร่วมสอบปากคำด้วย เมื่อสอบปากคำเสร็จแล้ว พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายสัมฤทธิ์ไปควบคุมไว้ที่ สน.ดุสิต ก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาก่อนเวลา 12.00 น. วันที่ 19 ม.ค.





  
เรียนผู้เยี่ยมชม คุณกำลังเรียกดูเว็บไซต์ของเราในฐานะบุคคลทั่วไป เราขอแนะนำให้คุณ ลงทะเบียน และเข้าสู่ระบบเพื่อดูเนื้อหาที่ซ่อนอยู่

ความคิดเห็น (0)

{forumPost}