หน้าแรก สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
» » ทรู-แจส คว้าใบอนุญาต 900 MHz รวมราคา 2 ใบ 151,952 ล้านบาท

ทรู-แจส คว้าใบอนุญาต 900 MHz รวมราคา 2 ใบ 151,952 ล้านบาท






 

 

เมื่อเวลา 00.15 น. ในรอบการประมูลที่ 199 ไม่มีการเคาะราคาเพิ่ม หลังจากนั้นบนหน้าจอขึ้นแสดงผลการประมูลขึ้นว่า Auction Concluded ยืนราคาที่รอบ 198 ที่ผ่านมา ซึ่งช่วงคลื่นที่ 1 มีผู้เคาะประมูล 1 ราย – ราคา 75,654 ล้านบาท ช่วงคลื่นที่ 2 มีผู้เคาะประมูล 0 ราย – ราคา 76,298 ล้านบาท ราคารวม 2 ใบอนุญาตอยู่ที่ 151,952 ล้านบาท
       
       พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ประกาศว่า ผู้ที่ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz ในชุดที่ 1 คลื่น 895-905 MHz คู่กับ คลื่น 940-950 MHz ได้แก่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท จัสมิน ส่วนชุดที่ 2 คลื่น 905-915 MHz คู่กับ คลื่น 950-960 MHz ได้แก่ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ภายใต้บริษัท ทรูมูฟ เอช
       
       สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ในช่วงคลื่นที่ 1 เมื่อเทียบจำนวน MHz ต่อประชากร จะอยู่ที่ 56.5 บาท และคิดเป็น 470% ของราคาตั้งต้นประมูลที่ 100% ส่วนในช่วงคลื่นที่ 2 เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร จะอยู่ที่ 56.9 บาท คิดเป็น 474% ของราคาตั้งต้นประมูลที่ 100%
       
       ขณะที่ทางบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัทลูกของเอไอเอส เสนอราคาประมูลสุดท้ายในช่วงคลื่นที่ 2 ที่ราคา 75,976 ล้านบาท ส่วนทาง บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัทลูกของ ดีแทค เสนอราคาครั้งสุดท้ายในช่วงคลื่นที่ 1 ที่ราคา 70,180 ล้านบาท
       
       ใช้เวลาในการประมูลทั้งสิ้น 65 ชั่วโมง 55 นาที โดยไม่ได้รวมช่วงพักการประมูล โดยนับการจบประมูลที่รอบ 198 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันที่ 15 ธันวาคม - 00.15 น. ของวันที่ 19 ธันวาคม 2558
 

 
***AIS แจงไม่ประมูลต่อเหตุราคาสูงเกิน
       
       บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค จำกัด หรือเอดับบลิวเอ็น (AWN) ในเครือเอไอเอส ร่อนจดหมายประชาสัมพันธ์ชี้แจงกรณีตัดสินใจไม่ประมูลคลื่น 900MHz ต่อถือเป็นการตัดสินใจที่บริษัทฯ ได้พิจารณามาแล้วอย่างรอบคอบ เนื่องจากเอไอเอสเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเป็นจำนวนมากที่เข้ามาลงทุนในบริษัทฯ ดังนั้นการวางแผนในการดำเนินธุรกิจจึงต้องมีความรอบคอบ มีการศึกษาและพิจารณาถึงความเสี่ยง โอกาส ความน่าจะเป็นในหลายๆ ประการ เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางการจัดการที่ดีที่สุด
       
       ก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมประมูลคลื่น 900MHz ในครั้งนี้ เอไอเอสได้ศึกษาเพื่อกำหนดราคาประมูลที่เหมาะสมทางธุรกิจว่าควรเป็นเท่าไร อย่างไร รวมทั้งได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษามาร่วมคาดการณ์ถึงผลลัพธ์และความเป็นไปได้ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการประมูลในครั้งนี้ ทั้งในกรณีที่เอไอเอสชนะการประมูล หรือหากคู่แข่งชนะการประมูล ราคาที่ได้ไปมีความเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงหากราคาในการประมูลสูงกว่าราคาเหมาะสมที่บริษัทได้ศึกษาไว้จะมีแผนรองรับอย่างไรต่อไป ซึ่งในกรณีนี้เมื่อราคาการประมูลขึ้นไปสูงเกินกว่าราคาเหมาะสมที่บริษัทกำหนดไว้ เราจึงตัดสินใจไม่ประมูลต่อ อีกทั้งอนาคตยังจะมีการประมูลคลื่นความถี่อื่นๆตามที่กสทช.ประกาศไว้ อาทิ คลื่นความถี่ 1800 MHz ซึ่งจะสิ้นสุดสัมปทานกับ บมจ.กสท.โทรคมนาคม หรือ แคท ในอีก3 ปีข้างหน้า และคลื่นความถี่ 2300MHz/2600 MHz และที่มีปริมาณ Bandwidth อีกมาก เป็นต้น
       
       ทั้งนี้ เอไอเอสได้พิจารณาประเด็นต่างๆอย่างถี่ถ้วน โดยคำนึงถึงความเพียงพอของคลื่นความถี่ต่อการแข่งขันในอนาคต การตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ยังคงใช้มือถือ 2G รวมถึง การคงความแข็งแกร่งในด้านการเงินของบริษัท
       
       เอไอเอส ขอยืนยันว่า เรามีจำนวนคลื่นความถี่มากเพียงพอสำหรับการบริหารจัดการเพื่อการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทั้งคลื่น 2100 MHz ที่ปัจจุบันสามารถให้บริการ-3G ได้ทั่วประเทศด้วยความครอบคลุมกว่า 97% ของประชากร และยังมี bandwidth ที่เพียงพอในการขยาย capacity ต่อเนื่อง และคลื่น 1800 MHzที่ประมูลมาได้ในเดือนที่แล้ว ซึ่งบริษัทฯ จะเปิดให้บริการ 4G ต่อไป รวมถึงความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ กับ  บมจ.ทีโอที (TOT) ที่อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่ TOT มีอยู่อย่างมีประโยชน์สูงสุด ซึ่งถือว่าเรายังมีความแข็งแกร่งในด้านโครงข่ายที่สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       
       สำหรับลูกค้าของเอไอเอสที่ยังใช้งานในระบบ 2G บนคลื่นความถี่ 900 ปัจจุบันเหลืออยู่จำนวนไม่มากและบริษัทฯ มีการเตรียมแผนงานและมั่นใจว่าจะสามารถดูแลลูกค้าทั้งหมดได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยในปีที่ผ่านมาความสำเร็จของมือถือรุ่นLAVA หลากหลายรุ่นได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยมทำให้มีลูกค้าจำนวนมากยังคงเปลี่ยนเครื่องจาก 2G มาเป็น 3G อย่างต่อเนื่อง
       
       นอกจากนี้ เมื่อบริษัทฯ ตัดสินใจไม่ประมูลต่อจะทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดที่แข็งแรงสามารถนำเงินจำนวนนี้มาใช้ในการลงทุนโครงข่าย 4G ได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาปรับปรุงโครงข่าย 3G ที่ยังมีการเติบโตสูงให้ดียิ่งขึ้น และการลงทุนในธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ AIS Fibre ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่เด่นชัดสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ จากการตัดสินใจไม่ประมูลต่อจะส่งเสริมให้เอไอเอสยังคงความแข็งแกร่งทางด้านการเงินไว้อย่างดี สามารถสร้างสรรค์โปรแกรมทางด้านการตลาดต่างๆที่ดีที่ให้ประโยชน์โดยตรงกับลูกค้า
       
       เอไอเอส มีความมั่นใจในศักยภาพการบริหารธุรกิจว่าเราสามารถสร้างเครือข่ายคุณภาพและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีสุดให้แก่ลูกค้าของเรา ดังจะเห็นได้จากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ใด เอไอเอสก็สามารถบริหารจัดการได้เป็นอย่างดีทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกันที่การตัดสินใจทุกอย่างได้ถูกศึกษาและพิจารณามาอย่างรอบคอบและเหมาะสมและได้คำนึงผลประโยชน์ต่อลูกค้า ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ เป็นอย่างดีไว้ล่วงหน้าแล้ว
       
       ***ดีแทคขอขอบคุณทุกกำลังใจ
       
       นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ทุก ๆ กำลังใจบนเส้นทางการแข่งขันประมูลคลื่น 900 MHz ที่ผ่านมามีความสำคัญยิ่งกับการเดินทางของดีแทคในก้าวต่อ ๆ ไป พวกเราดีแทคทุกคนขอขอบคุณทุกเสียงทุกกำลังใจที่ร่วมสู้ไปกับเราร่วมกัน ดีแทคจึงขอประกาศรุกให้บริการ 4G บนคลื่น 1800 MHz ด้วยการเร่งขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทุกจังหวัดทั่วไทยโดยเร็วที่สุดเพื่อลูกค้าของเรา
       
       สำหรับเงินที่จะนำไปประมูลเราจะนำกลับมาเป็นเงินที่ลงทุนพัฒนาเครือข่ายและรุกทำการตลาดที่เข้มข้นในการให้บริการ 4G และ 3G ของสังคมไทย โดยลูกค้าดีแทคจะได้ใช้บริการ 4G และ 3G คุณภาพ ในอัตราค่าบริการที่คุ้มค่าที่สุด
       
       ดีแทคมั่นใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับจำนวนคลื่นความถี่ทั้งหมดที่ถือครองมากพอที่จะให้บริการทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ดีแทคได้เปิดให้บริการทั้งคลื่น 2100 MHz, 1800 MHz และ 850 MHz โดยทั้งหมดมีจำนวนแบนด์วิธเพียงพอในการให้บริการแก่ลูกค้าสำหรับการใช้งานทั้งวอยซ์ และอินเทอร์เน็ตบนมือถือทั้ง 4G, 3G และ 2G
       
       โดยขณะนี้ดีแทคได้เปิดให้บริการ 4G บนคลื่น 2100 MHz จำนวน 5 MHz จากคลื่นในระบบใบอนุญาตและยังเปิดให้บริการ 4G บนคลื่น 1800 MHz อีก 15 MHz ซึ่งเป็นรายแรกในไทยที่เปิดให้บริการ 4G บนคลื่น 1800 MHz และวางแผนต่อเนื่องขยาย 4G บนคลื่น 1800 MHz ทุกจังหวัดทั่วไทยต้องครอบคลุมด้วยสัญญาณดีแทค 4G ภายในปีหน้า รองรับการเติบโตการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือสำหรับลูกค้าทั่วประเทศ ดีแทคขอให้สัญญาว่าจะนำบริการที่ดีที่สุดมาสู่ลูกค้าของดีแทคทุกคน





  
เรียนผู้เยี่ยมชม คุณกำลังเรียกดูเว็บไซต์ของเราในฐานะบุคคลทั่วไป เราขอแนะนำให้คุณ ลงทะเบียน และเข้าสู่ระบบเพื่อดูเนื้อหาที่ซ่อนอยู่

ความคิดเห็น (0)

{forumPost}